New hope in Christ
สนับสนุนกสิกรไทย0722569792อ.จอนนี่ จะเย ร่วมถวายพันธกิจของพระเจ้าได้ที่
เลขบัญชี 0722569792 กสิกรไทย ชื่อ จอนนี่ จะเย
โลกนี้ชั่วคราวจริงๆครับ ✝️😔
27/08/2026
เดินกับพระเจ้าช่างมีความสุขล้นเหลือเกิน😊🌱 ถ้าคุณของพระเจ้านำผมมาไกลถึงเพียงนี้❤️✝️
ในอดีตผมเป็นคนหนึ่งที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก
ผมทำงาน หาเงิน พยายามดูแลครอบครัว และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะผมคิดว่านี่คือสิ่งที่คนเราควรทำเพื่อคนที่เรารัก
แต่ลึกๆ ในหัวใจของผม มีบางสิ่งที่ไม่เคยหายไปเลย นั่นคือความปรารถนาที่อยากรับใช้พระเจ้า
ผมรู้ว่าพระเจ้าทรงมีบางสิ่งที่มากกว่านั้นสำหรับชีวิตของผม แต่ในเวลานั้น ชีวิตของผมเหมือนถูกปกคลุมด้วยความมืด ความกังวล ความรับผิดชอบ ความกลัว และเรื่องราวมากมาย จนทำให้ผมมองไม่เห็นแสงสว่าง และมองไม่เห็นความยิ่งใหญ่ของแผนการที่พระเจ้าทรงวางไว้
บางครั้งพี่น้อง เราไม่ได้ปฏิเสธพระเจ้า แต่เรากำลังถูกสิ่งต่างๆ ในชีวิตบดบังสายตา จนลืมไปว่า พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับเรา
จนวันหนึ่ง ผมตัดสินใจยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง
ผมกลับมาแสวงหาพระองค์อย่างสุดใจ ไม่ใช่เพียงแสวงหาพระพรจากพระองค์ แต่แสวงหาตัวพระองค์เอง ผมยอมวางความคิดของตัวเอง ยอมวางความต้องการของตัวเอง และยอมให้พระเจ้าเป็นผู้กำหนดทิศทางชีวิต
และในช่วงเวลานั้น ผมได้ยินเสียงเรียกในหัวใจอย่างชัดเจนว่า
“ถวายชีวิตของเจ้า และเดินไปกับเรา”
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมอยากบอกพี่น้องด้วยหัวใจจริงๆ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม ไม่ใช่เพราะผมเก่ง ไม่ใช่เพราะผมดี และไม่ใช่เพราะผมมีความสามารถมากพอ
แต่เป็น พระคุณของพระเจ้าล้วนๆ
ถ้าวันนี้ผมยังยืนอยู่ได้ ก็เพราะพระคุณ
ถ้าวันนี้ผมยังเดินต่อได้ ก็เพราะพระคุณ
ถ้าวันนี้ผมยังรับใช้พระองค์ได้ ก็เพราะพระคุณ
และถ้าวันหนึ่งผมสามารถทำบางสิ่งเพื่อแผ่นดินของพระเจ้าได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเอามาอวดได้เลย เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากพระองค์
พระคัมภีร์กล่าวว่า
“เพราะว่าพระคุณของพระองค์ช่วยให้รอดโดยทางความเชื่อ และไม่ใช่จากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า”
— เอเฟซัส 2:8
พี่น้องครับ เราอาจเคยคิดว่าชีวิตของเรามืดเกินไป เราอาจเคยคิดว่าเราหลงทางมาไกลเกินไป หรือเราอาจมองตัวเองแล้วรู้สึกว่า “ผมคงไม่เหมาะสมที่จะรับใช้พระเจ้า”
แต่พระเจ้าไม่ได้เรียกเราเพราะเราสมบูรณ์แบบ
พระองค์ทรงเรียกเราเพราะพระองค์ทรงรักเรา และพระคุณของพระองค์สามารถเปลี่ยนชีวิตของเราได้
สิ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอดทางคือ เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างก่อนที่จะเดินกับพระเจ้า เราเพียงต้องมีหัวใจที่พร้อมจะยอมจำนน
เพราะเมื่อเรายอมวางชีวิตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ พระองค์สามารถนำสิ่งที่เราเคยมองว่าไม่มีค่า มาสร้างให้เกิดคุณค่าได้
วันนี้เมื่อผมหันกลับไปมองอดีต ผมไม่ได้ภูมิใจในสิ่งที่ผมเคยทำได้มากที่สุด
แต่ผมกลับรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงตามหาผม ทรงเรียกผม และทรงให้โอกาสผมกลับมาเดินกับพระองค์อีกครั้ง
ผมไม่ได้มายืนตรงนี้เพราะผมดีพอ
แต่ผมมายืนตรงนี้เพราะพระเจ้าทรงดีพอ
และถ้าวันนี้พี่น้องกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่มองไม่เห็นทาง ผมอยากหนุนใจพี่น้องว่า อย่าเพิ่งคิดว่าพระเจ้าทรงลืมเรา
บางทีสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความมืด อาจเป็นเพียงช่วงเวลาที่พระเจ้ากำลังพาเราเรียนรู้ที่จะวางใจพระองค์มากขึ้น
ขอเพียงพี่น้องกลับมาแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจ
ยอมจำนนต่อพระองค์
และพร้อมที่จะพูดว่า
“พระเจ้า ชีวิตของผมเป็นของพระองค์
ไม่ว่าพระองค์จะทรงนำผมไปที่ไหน ผมจะเดินไปกับพระองค์”
เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อเรามองย้อนกลับมา เราจะพบว่าเส้นทางทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยความสามารถของเรา
แต่ถูกประคองมาด้วย พระคุณของพระเจ้าทั้งสิ้น
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ — ผมไม่ได้มีอะไรจะอวด นอกจากพระคุณของพระเจ้า
25/08/2026
เคยได้ยินข้อคอรหา ว่า… #คริสเตียนแม่งอ่อนแอไหมครับ !🧐
พี่น้องครับ บางครั้งโลกสอนเราว่า “คนเข้มแข็งต้องพึ่งตัวเอง”
ต้องแก้ปัญหาเอง ต้องอดทนเอง ต้องยืนด้วยตัวเอง และต้องไม่แสดงให้ใครเห็นว่าเรากำลังอ่อนแอ
เมื่อคริสเตียนพูดว่า
“ผมขอพระเจ้าช่วย”
บางคนจึงมองว่า นั่นคือความอ่อนแอ
แต่ผมอยากถามกลับว่า…
การยอมรับความจริงว่าเรามีข้อจำกัด เป็นความอ่อนแอจริงหรือ?
ลองนึกภาพคนหนึ่งกำลังเดินทางในสถานที่ที่เขาไม่เคยไป เขามีแผนที่อยู่ในมือ แต่แผนที่ไม่สามารถบอกเขาได้ทุกอย่าง หากเขาหลงทางแล้วพูดว่า
“ผมไม่รู้ทาง ช่วยบอกผมหน่อย”
เราเรียกคนคนนั้นว่าอ่อนแอหรือ?
ไม่ครับ
เขาเพียงแค่ ยอมรับว่าเขาไม่รู้ทุกอย่าง
มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน
เราอาจมีความรู้ มีเงิน มีประสบการณ์ มีตำแหน่ง มีคนรอบข้าง และมีความสามารถมากมาย แต่ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถควบคุมชีวิตได้ทั้งหมด
สุภาษิตกล่าวว่า
“จงวางใจในพระยาห์เวห์ด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง” สุภาษิต 3:5
พี่น้องลองสังเกตคำว่า “อย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง”
พระคัมภีร์ไม่ได้กำลังบอกว่าอย่าใช้ความคิด
แต่กำลังบอกว่า อย่าคิดว่าความเข้าใจของเรามีเพียงพอสำหรับทุกเรื่อง
ผมคิดได้ แต่ผมไม่รู้ทุกอย่าง
ผมวางแผนได้ แต่ผมไม่รู้อนาคต
ผมพยายามได้ แต่ผมควบคุมผลลัพธ์ไม่ได้
เพราะฉะนั้น เมื่อผมอธิษฐานว่า
“พระเจ้า ช่วยผมด้วย”
นั่นไม่ใช่การประกาศว่า
“ผมทำอะไรไม่ได้”
แต่เป็นการประกาศว่า
“ผมจะทำส่วนของผมอย่างเต็มที่ แต่ผมจะไม่ทำตัวเหมือนผมเป็นพระเจ้า”
🔥พระเยซูเองก็ทรงสอนให้เราพึ่งพาพระบิดา
พี่น้องลองมองชีวิตของพระเยซู
พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า แต่พระองค์ทรงอธิษฐาน
พระองค์ทรงแสวงหาพระบิดา
พระองค์ทรงใช้เวลาอยู่กับพระบิดา
พระองค์ทรงพูดถึงการทำตามพระประสงค์ของพระบิดา
ในยอห์น 15:5 พระเยซูตรัสว่า
“ถ้าแยกจากเราแล้ว พวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย”
นี่เป็นคำพูดที่สวนทางกับวัฒนธรรมของโลกอย่างมาก
โลกบอกว่า
“ฉันทำได้ด้วยตัวเอง”
แต่พระเยซูบอกว่า
“ถ้าแยกจากเราแล้ว พวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย”
นี่ไม่ใช่การทำให้มนุษย์ไร้ค่า
แต่เป็นการทำให้มนุษย์กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
พระเจ้าเป็นพระเจ้า
ส่วนผมเป็นมนุษย์
และเมื่อผมรู้ตำแหน่งของตัวเอง ผมจึงรู้ว่าผมควรพึ่งใคร
🔥พี่น้องลองคิดถึงวันที่เราเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้
บางครั้งเราพยายามแล้ว
คิดแล้ว
วางแผนแล้ว
คุยกับคนอื่นแล้ว
หาทางออกทุกทางแล้ว
แต่สุดท้ายเรายังต้องยอมรับว่า
“ผมทำอะไรไม่ได้แล้ว”
คืนนั้นเราอาจนั่งอยู่คนเดียว
ไม่มีใครรู้ว่าในใจเรากำลังร้องไห้
เราอยากแก้ปัญหา แต่แก้ไม่ได้
อยากเปลี่ยนสถานการณ์ แต่เปลี่ยนไม่ได้
อยากเปลี่ยนหัวใจของใครบางคน แต่เปลี่ยนไม่ได้
อยากรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่รู้
และตรงนั้นเองที่ผมเรียนรู้ว่า
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้แบกทุกอย่างไว้คนเดียว
พระเยซูตรัสว่า
“บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก” มัทธิว 11:28
พระองค์ไม่ได้บอกว่า
“ถ้าเหนื่อยก็พยายามให้มากกว่าเดิม”
แต่พระองค์บอกว่า
“จงมาหาเรา”
บางครั้งสิ่งที่ผมต้องทำไม่ใช่พยายามให้มากขึ้น
แต่คือ กลับไปหาพระองค์
🔥การอธิษฐานไม่ใช่การหนีปัญหา
มีความแตกต่างระหว่าง
“ผมอธิษฐานเพราะไม่อยากทำอะไร”
กับ “ผมอธิษฐานเพราะผมรู้ว่าผมต้องการกำลังจากพระเจ้าในการทำสิ่งที่ผมต้องทำ”
คริสเตียนที่แท้จริงไม่ได้อธิษฐานแล้วนั่งรอโดยไม่ทำอะไร
แต่เราสามารถอธิษฐานแล้วลุกขึ้นทำงาน
อธิษฐานแล้วให้อภัย
อธิษฐานแล้วรับผิดชอบ
อธิษฐานแล้วแก้ไขสิ่งที่เราทำผิด
อธิษฐานแล้วเดินต่อ
การพึ่งพระเจ้าไม่ได้ทำให้เราไม่ต้องลงมือทำ
แต่ทำให้เราลงมือทำโดยรู้ว่าเราไม่ได้เดินเพียงลำพัง
🔥อาจารย์เปาโลกล่าวว่า
“ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า”
ฟีลิปปี 4:13
สังเกตว่าเปาโลไม่ได้บอกว่า
“ผมทำได้ทุกอย่างด้วยตัวเอง”
แต่เขาบอกว่า
“โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลัง”
กำลังของผมจึงไม่ได้มาจากการทำเหมือนว่าผมไม่ต้องการพระเจ้า
แต่กำลังของผมมาจากการรู้ว่า
ผมต้องพึ่งพระองค์
พี่น้อง…เราไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าพระเจ้า
ต่อหน้าคนอื่น เราอาจพูดว่า
“ผมโอเค”
แต่ต่อหน้าพระเจ้า เราสามารถพูดว่า
“พระเจ้า ผมไม่โอเค”
“ผมเหนื่อย”
“ผมกลัว”
“ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”
“ผมมองไม่เห็นทางออก”
“ผมไม่มีกำลังแล้ว”
และพระเจ้าไม่ได้ทรงตกใจเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้
เพราะพระองค์ทรงรู้จักเราอยู่แล้ว
สดุดี 46:1 กล่าวว่า
“พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของเรา เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก”
พี่น้องครับ🔥
ที่ลี้ภัยมีไว้สำหรับวันที่เราต้องการที่พัก
กำลังมีไว้สำหรับวันที่กำลังของเราหมด
และพระเจ้าทรงอยู่ตรงนั้นในวันที่เราไม่สามารถยืนด้วยตัวเองได้
ดังนั้น ถ้าใครกล่าวว่า
“คริสเตียนอ่อนแอ เพราะเอะอะอะไรก็ขอพระเจ้าช่วย”
ผมไม่ได้โกรธครับ
ผมเพียงอยากบอกว่า
ใช่ครับ ผมมีความอ่อนแอ
ผมมีข้อจำกัด
ผมไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ
ผมรู้ว่าผมจะวิ่งไปหาใครเมื่อผมหมดกำลัง
เพราะผมไม่ได้เชื่อในความสามารถของตัวเองอย่างเดียว
แต่ผมเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงสามารถเสริมกำลังผมได้
และบางที…
ความเข้มแข็งที่แท้จริงอาจไม่ใช่การพูดว่า
“ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร”
แต่คือการกล้าพูดว่า
“พระเจ้า ผมต้องการพระองค์”
เพราะเมื่อผมยอมรับว่าผมทำไม่ได้ทุกอย่าง
ผมกำลังเปิดพื้นที่ให้พระเจ้าเข้ามาทำในสิ่งที่เกินกำลังของผม
ผมไม่ได้อ่อนแอเพราะผมพึ่งพระเจ้า
ผมเข้มแข็งขึ้น เพราะผมรู้ว่าผมไม่ได้พึ่งตัวเองเพียงลำพัง
และตลอดชีวิตของผม ผมอยากจำไว้เสมอว่า
ผมไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง
ผมไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกอย่าง
ผมไม่จำเป็นต้องแก้ทุกอย่างด้วยตัวเอง
✝️เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้า
และผมเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง
ที่มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ คือ ผมสามารถวางใจในพระองค์ได้
😊✝️🙏
มากรุงเทพคุ้มค่าที่สุดคือ มีคนรับชีวิตใหม่ในพระเจ้า ✝️✝️❤️❤️🌱🌱💦💦
24/08/2026
ขอบคุณพระเจ้า ถึงกรุงเทพแล้วครับ ✝️😊🌱
22/08/2026
พี่น้องครับ…ในชีวิตของผม มีหลายเหตุการณ์ที่ผมไม่เข้าใจ
บางเรื่องเกิดขึ้นโดยไม่มีคำเตือน บางคำอธิษฐานยังไม่ได้รับคำตอบ และบางเส้นทางก็แตกต่างจากสิ่งที่ผมเคยหวังไว้มาก
บางครั้งผมถามพระเจ้าว่า
“เหตุใดเรื่องนี้จึงต้องเกิดขึ้น?”
“เหตุใดพระองค์จึงยังไม่ทรงทำบางสิ่ง?”
“เหตุใดผมต้องเดินผ่านเส้นทางที่เจ็บปวดเช่นนี้?”
แต่วันนี้ผมกำลังเรียนรู้ว่า แม้ผมจะไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ผมก็ยังสามารถขอบคุณพระเจ้าได้ เพราะความเชื่อไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าใจทุกอย่าง แต่หมายถึงเรายังคงวางใจพระองค์ แม้ในวันที่เราไม่เข้าใจอะไรเลย
“จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์”
1 เธสะโลนิกา 5:18
พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าเราต้องขอบคุณเพราะทุกเหตุการณ์เป็นสิ่งดี แต่สอนให้เราขอบคุณพระเจ้า “ในทุกเหตุการณ์” เพราะไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น พระเจ้าของเรายังคงทรงดี ทรงสัตย์ซื่อ และไม่เคยทอดทิ้งเรา
ผมอาจไม่ขอบคุณสำหรับความเจ็บปวด แต่ผมขอบคุณที่พระเจ้าทรงอยู่กับผมท่ามกลางความเจ็บปวด
ผมอาจไม่ขอบคุณสำหรับการสูญเสีย แต่ผมขอบคุณที่พระหัตถ์ของพระองค์ยังคงประคองผมไว้
ผมอาจไม่ขอบคุณสำหรับประตูที่ปิดลง แต่ผมขอบคุณที่พระเจ้าทรงมองเห็นสิ่งที่อยู่หลังประตูนั้น และทรงรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับชีวิตของผม
ผมอาจไม่เข้าใจว่าทำไมพระองค์จึงทรงอนุญาตให้บางเรื่องเกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าไม่มีน้ำตาหยดใดที่สูญเปล่า ไม่มีความเจ็บปวดใดที่พระองค์ไม่ทรงเห็น และไม่มีเหตุการณ์ใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพระองค์
พี่น้องที่รักครับ บางครั้งเราเห็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งตอน แต่พระเจ้าทรงเห็นเรื่องราวทั้งหมด เราเห็นเพียงด้านหลังของผืนผ้า ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นด้ายที่พันกัน แต่พระเจ้าทรงเห็นภาพที่งดงามซึ่งพระองค์กำลังถักทอขึ้น
สิ่งที่วันนี้ดูเหมือนความล่าช้า อาจเป็นการปกป้องของพระเจ้า
สิ่งที่วันนี้ดูเหมือนการปฏิเสธ อาจเป็นการนำเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
สิ่งที่วันนี้ทำให้เราร้องไห้ วันหนึ่งอาจกลายเป็นคำพยานที่ช่วยเช็ดน้ำตาของคนอื่น
“เรารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า คือแก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์”
โรม 8:28
วันนี้ผมจึงขอพูดกับตัวเองว่า
“จงขอบคุณพระเจ้า แม้ยังไม่เข้าใจ
จงวางใจ แม้ยังมองไม่เห็น
จงนมัสการ แม้สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยน
และจงเดินต่อไป เพราะพระเจ้าทรงรู้จักปลายทางที่ผมยังมองไม่เห็น”
และผมอยากหนุนใจพี่น้องเช่นเดียวกันว่า อย่าให้สิ่งที่เรายังไม่เข้าใจ ทำให้เราสงสัยในความดีของพระเจ้า เพราะพระลักษณะของพระองค์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของเรา
วันที่ท้องฟ้าสดใส พระองค์ทรงดี
วันที่พายุเข้ามา พระองค์ก็ยังทรงดี
วันที่เราได้รับคำตอบ พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ
และวันที่เรายังต้องรอคอย พระองค์ก็ยังทรงสัตย์ซื่อเช่นเดิม
บางครั้งพระเจ้าไม่ได้อธิบายทุกเรื่องแก่เรา แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่กับเรา และหลายครั้ง “การทรงสถิตของพระองค์” มีค่ามากกว่า “คำอธิบาย” ที่เรากำลังตามหา
ดังนั้น ไม่ว่าเวลานี้ผมและพี่น้องกำลังเผชิญกับสิ่งใด ขอให้เราพูดออกมาด้วยความเชื่อว่า
“ขอบคุณพระองค์ แม้ข้าพระองค์ยังไม่เข้าใจ
ขอบคุณพระองค์ แม้คำอธิษฐานยังไม่มีคำตอบ
ขอบคุณพระองค์ แม้เส้นทางข้างหน้ายังไม่ชัดเจน
เพราะข้าพระองค์รู้ว่า ชีวิตของข้าพระองค์ยังอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์
และพระหัตถ์ที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อข้าพระองค์นั้น จะไม่มีวันปล่อยข้าพระองค์ไป”
ผมไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกสิ่ง จึงจะขอบคุณพระเจ้าได้
ผมเพียงต้องระลึกว่า พระองค์คือใคร พระองค์ทรงรักผมเพียงใด และพระองค์ทรงสัตย์ซื่อเสมอมา
แม้ผมยังไม่เห็นภาพทั้งหมด
แต่ผมเชื่อในพระเจ้าผู้ทรงมองเห็นตั้งแต่ต้นจนถึงปลาย
และในทุกเหตุการณ์ ผมกับพี่น้องจะยังคงกล่าวว่า
“ขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงแสนดี และความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์”
ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกๆคนนะครับ ✝️🙏❤️
22/08/2026
ขอพี่น้องอธิษฐานเผื่อ #แม่ผมด้วยนะครับ 😔✝️❤️
ขอพระเจ้ารักษาแม่ให้หายดี
ขอพระเจ้าเมตตา
ค่ารักษาพยาบาลก็ใช่ว่าน้อยๆ
เชื่อว่าพระเจ้าไม่ทอดทิ้ง
ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลครับ
ฝากพี่น้องอธิษฐานเผื่อค่ารักษาด้วยนะครับ
ผมเองก็ไม่ได้มีรายได้หรือมีเงินเดือน รับใช้พระเจ้าด้วยหัวใจล้วนๆ #ตอนนี้คือค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ
พี่น้องท่านใดที่มีภาระใจอยากช่วยค่ารักษาพยาบาล
(ธนาคารกสิกรไทย 0722569792 อ.จอนนี่ จะเย) ✝️🙏
22/08/2026
ส่วนผม…ขอบคุณพระเจ้าที่ยังใช้ชีวิตอีก1วัน ในวันนี้❤️😊✝️
21/08/2026
การหวั่นไหวเกิดขึ้น… #เพื่อคงเหลือแต่สิ่งที่ไม่หวั่นไหว  ✝️
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
ป่าป้อง
Chiang Mai
50220