KSH
KenGSoHigH : Smell•Feel•Fun KenGSoHigH is the first Thailand's creative perfumery shop, by Bangkok perfumery Co.,Ltd.
We create a masterpiece of perfume by using the personality of human as the objective. We make the perfect blending to get the harmonization and redolency. Not only the scent we are so much concern, but we also pay the attention to select the most appropriate to each customer.
30/07/2026
ว้อดส์? 10ml กลิ่นล็อตใหม่มาแล้ว
รอบบนี้มา 5 กลิ่นได้แก่
-Strawberry & cigarette กลิ่นสตรอเบอรี่ที่ถูกดันด้วยปลายกลิ่นควันบุหรี่ เป็นกลิ่นสตรอเบอรี่ที่โตขึ้น
-Black malibu กลิ่นราสเบอรรี่+บารากุ เท่ ซุกซน
-Caramel on the rock กลิ่นลูกตาล คาราเมล สดใสแบบพี่คร้าวท้องกวาว
-Yaowaraj Opera กลิ่นส้ม ซีตรัสและธูปหอม ยูนิคมาก
-Titanium กลิ่นเหล็ก ฟูแชร์ เท่ ใช้ได้บ่อย
ใครสนใจกดซื้อได้แล้วที่ Shopee และหน้าร้านได้เลยครับ
30/07/2026
เข้าพรรษา ถวายเครื่องหอมได้ไหม? รู้แบบนี้สบายใจขึ้นเยอะเลยครับ
ทำเนียมประเพณีเข้าพรรษาบ้านเรา คือการถวายถ้าอาบน้ำฝน ประเพณีนี้มีมานานตั้งแต่สมัย 2,500 ปีก่อนแล้วครับ มีเรื่องเล่าว่า ณ เมืองสาวัตถี ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาพร้อมกันทั้ง 4 ทิศ พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่าฝนแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ให้พากันอาบน้ำฝนเสีย พระสงฆ์ที่วัดเชตวันจึงเปลื้องผ้าอาบน้ำฝนกันตามรับสั่ง
พอดิบพอดีกับวันนั้น มหาอุบาสิกาคนหนึ่งได้สั่งสาวใช้ให้ไปนิมนต์พระมาฉันภัตตาหารที่บ้านตามปกติ เดินไปยังไงไม่ทราบ พอสาวใช้เดินไปถึงวัด ก็ได้เห็นภิกษุเปลือยกายอาบน้ำอยู่เต็มลาน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เธอจึงรีบวิ่งกลับมาบอกเจ้านายว่า "ในวัดไม่มีพระสักองค์ มีแต่ชีเปลือยเจ้าค่ะ!"
นายหญิงคนนั้นคือ นางวิสาขา สตรีผู้บรรลุโสดาบันตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และเป็นหนึ่งในอุบาสิกาที่พระพุทธเจ้ายกย่องที่สุด เธอผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลม ไม่ได้หลงเชื่อคำรายงานนั้นแต่อย่างใด เพราะรู้ทันทีว่าพระเหล่านั้นกำลังอาบน้ำฝนตามพุทธบัญชา ไม่ใช่นักบวชนอกศาสนาแต่อย่างใด
จากเหตุการณ์เข้าใจผิดเล็กๆ ในวันนั้นเอง จึงได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องใหญ่ เมื่อนางวิสาขาได้ถวายภัตตาหารเสร็จ จึงทูลขอพร 8 ประการจากพระพุทธเจ้า และพระองค์ทรงอนุญาตทุกข้อ ดังนี้
ผ้าอาบน้ำฝนสำหรับพระ, อาหารสำหรับพระที่เพิ่งเดินทางมาใหม่, อาหารสำหรับพระที่กำลังจะออกเดินทาง, อาหารและยาสำหรับพระอาพาธ, อาหารสำหรับผู้พยาบาลพระอาพาธ, ข้าวยาคูถวายเป็นประจำ และผ้าอาบน้ำสำหรับภิกษุณี
นี่คือที่มาของประเพณี "ถวายผ้าอาบน้ำฝน" ที่เรายังทำกันทุกเข้าพรรษาจนถึงวันนี้ครับ
สังเกตไหมว่า... ในพร 8 ข้อที่นางวิสาขาขอนั้น ไม่มีสักข้อเดียวที่เป็นเครื่องเกี่ยวกับ "เครื่องหอม"เลย
เหตุผลไม่ใช่เพราะวิสาขาลืม แต่เพราะมีกฎเหล็ก ข้อหนึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนในพระวินัย เป็นหนึ่งในศีลของพระที่เรียกว่า "จุลศีล" ครับ นั่นคือ ภิกษุต้องเว้นขาดจากการทัดทรง ประดับ หรือตกแต่งร่างกายด้วยดอกไม้ ของหอม และเครื่องประทินผิว ผิดข้อนี้ถือเป็น "อาบัติทุกกฏ" เป็นโทษที่เบาสุดในลำดับอาบัติก็จริง แต่ก็ยังถือว่าผิด เพราะของหอมแบบนี้จัดอยู่ในหมวด "ของคฤหัสถ์" ไม่ใช่ของนักบวชที่กำลังฝึกละความยึดติดในรูป รส กลิ่น
จากข้อมูลที่เล่ามาฟังดูเหมือนคำตอบชัดเจนแล้วว่า "ถวายไม่ได้" แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นครับ
เพราะสิ่งที่พระวินัยห้าม คือ "การใช้เพื่อปรนเปรอตัวเอง" ไม่ใช่ "การถวายเพื่อบูชา" สองคำนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิงในทางพุทธศาสนานะครับ
เล่าย้อนกลับไปที่พุทธประวัติอีกครั้ง มีหลายเรื่องเล่าเกี่ยวกับ คนถวายของหอมแด่พระพุทธเจ้าโดยตรงเช่น เรื่องที่โด่งดังที่สุดคือชายคนหนึ่งชื่อ สุมนะ ช่างร้อยดอกไม้ประจำเมืองราชคฤห์ เขามีหน้าที่นำดอกมะลิถวายพระเจ้าพิมพิสารทุกเช้า วันหนึ่งระหว่างที่เขาเดินเข้าเมือง เขาได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตพร้อมหมู่สงฆ์ ทันใดนั้นจึงเกิดศรัทธาอย่างท่วมท้น และได้ตัดสินใจทันทีว่าจะสละดอกไม้ทั้งหมดที่ต้องถวายกษัตริย์ มาบูชาพระพุทธเจ้าแทน ทั้งที่เขาเองก็รู้ดีว่าถ้าไม่มีดอกไม้ไปถวาย อาจถูกประหารหรือขับไล่ออกจากเมืองก็เป็นได้
แต่เพราะสำหรับเขาแล้ว ดอกไม้ไม่ใช่เครื่องประดับ แต่คือภาษาของศรัทธาที่พูดแทนคำพูดไม่ได้ เขาจึงนำดอกไม้นั่นไปถวายด้วยความบูชายิ่ง
ดังนั้นกลิ่นหอมที่ทำเพื่อให้ "ตัวเองสวย" กับกลิ่นหอมที่จุดเพื่อ "ยกใจขึ้นบูชา" แม้จะเป็นกลิ่นเดียวกัน แต่ความหมายคนละขั้วกันเลยครับ ข้อแรกคือเพื่อกิเลส ส่วนข้อหลัง คือสิ่งที่ชาวพุทธทำสืบต่อกันมาเป็นพันปีในนาม "อามิสบูชา" เพื่อถวายบูชานั่นเองครับ
เข้าพรรษาปีนี้ ถ้าใครยังลังเลว่าจะถวายของหอมได้ไหม คำตอบคือได้ครับ แค่ปรับจากถวายพระ เป็นถวายเพื่อบูชาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แทนครับ
อนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะครับ สาธุ
27/07/2026
ลองเปิดใจดู แล้วจะรู้ว่ามีมุมดีๆซ่อนอยู่
บางท่านอาจจะคิดว่า KSH ทำกลิ่นทุเรียนเอาคอนเท้นต์แน่ๆ กลิ่นแบบนี้ใครจะไปใช้
กลับกันเลยครับ เราทำกลิ่นนี้เพื่อนำเสนอมุมที่หลายๆท่านๆอาจจะคุ้นเคยแต่ไม่ทันได้สังเกตุ (เพราะกินหมดก่อน) ว่าทุเรียน เขามีกลิ่นนึงที่หอมละมุน ไม่มีกลิ่นตุ หรือแน่นจนทนไม่ไหว มันคือกลิ่นที่คล้ายการะเวก ที่เจือด้วยกลิ่นครีม+วนิลลา+แอลม่อนเบาๆ มันคือกลิ่นทุเรียนที่สุกคาต้นพอดี เป็นจุดที่ทุเรียน หอมหวานและมีเสน่ห์มากๆครับ
กลิ่นนนี้มีมาหลายปีแล้วครับ และ 1 ปี แอดมินก็จะทำภาพโปรโมทน้องเขาซักทีนึง ยังไงฝากกลิ่นนี้ด้วยนะครับ
อยากรู้ว่าที่แอดพูด จริงไหม? สามารถไปลองกลิ่นที่หน้าร้านได้นะครับ
- CTW ชั้น 5 ใกล้สตาร์บัคส์ ใกล้บันไดเลื่อน
- CTwestgate ชั้น 2 ใกล้ทางเข้า IKEA นะคับ
26/07/2026
Titanium มาแล้ว (Modern Fougere)
กลิ่นที่มีตัวตนชัดเจนตั้งแต่แรกสัมผัส
เปิดตัวด้วยเกรฟฟรุต เลมอน เจอเรเนียม สดสะอาดแบบผิวโลหะเย็น
กลางกลิ่นคือ Crystal Jasmine กับ Tarragon + มะลิที่มีมิติขึ้นด้วยกลิ่นสมุนไพรเขียว
ปิดท้ายด้วย Leather, Musk, Cashmere, Amber, Tonka Bean +อบอุ่น หรูหรา แนบผิวแบบคนที่ชอบแต่งตัวดีคับ
เป็นโทนกลิ่นสดชื่นอีกกลิ่นที่ควรมีไว้ หอมนิ่งๆ แบบที่คนข้างๆ จำได้ว่า "คนนั้นตัวหอมดี"
📍 วางจำหน่ายแล้ว:
🛍️ Shopee
🏬 หน้าร้าน Central World ชั้น 5 บริเวณสตาร์บัคส์ ใกล้บันไดเลื่อน
🏬 Kiosk ใหม่ Central Westgate ชั้น 2 ใกล้ทางเข้า IKEA
ไปลองกลิ่นจริงได้เลยคับ รับรองว่าไม่เหมือนที่ไหน
#น้ำหอมไทย
26/07/2026
KHAOSAN HINOKI ส่วนตัวแอดคิดว่าเป็นกลิ่นที่แทนของการพักผ่อนท่ามกลางความวุ่นวายสมชื่อเลยนะคับ สมชื่อแบบังเอิญมาก
เดิมกลิ่นนี้มีแรงบรรดาลใจ นำเสนอถนน "ข้าวสาร" ที่เป็นย่านที่สนุกสนาน จุดหนึ่งในกรุงเทพฯ ทั้งเสียงเพลง แสงไฟ นักท่องเที่ยว ความคึกคักไม่เคยหยุด แต่เมื่อนำส่วนผสมของ "ฮิโนกิ" ที่เป็นไม้สนศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น กลิ่นที่คนญี่ปุ่นใช้เพื่อ "รีเซ็ต" จิตใจ ให้สงบ จึงกลิายเป็นกลิ่นที่ทั้งเพิ่มพลัง และสร้างความสงบในจิตใจแบบลงตัวมากครับ โดยเฉพาะการได้ดมในเช้าวันอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อนแบบนี้ มันฮีลใจสุดๆไปเลย
กลิ่นเปิดด้วยความสดชื่นแบบ Khaosan แต่ความพิเศษกว่าคือ กลิ่นของเนื้อไม้ฮิโนกิที่อุ่นและนุ่มกว่าซีดาร์ทั่วไป ไม่ฉุน ไม่แข็งกร้าว แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในป่าไม้สนหลังฝนตก สงบ แต่ไม่จืดชืดคับ
แต่จุดที่แอดภูมิใจนำเสนอคือ ท้ายกลิ่น หรือ dry down มันไม่จางหายไปเฉยๆ แบบไม้ทั่วไป แต่ทิ้งความอุ่นแบบสกินเซนท์ไว้บนผิว เหมือนเพิ่งอาบน้ำอุ่นเสร็จใหม่ๆ นี่คือกลิ่นที่เหมาะกับคนที่อยากได้ความรู้สึก "กลับบ้านแล้ว" ท่ามกลางเมืองที่ไม่เคยหยุดหมุนคับ
ถ้าใครอยากลอง แวะมาดมของจริงได้ที่หน้าร้าน KSH เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเซ็นทรัลเวสเกต หรือจะสั่งออนไลน์ผ่าน Shopee ก็ได้เลยนะคับ 🌲
#กลิ่นไทยฝีมือคนไทย
25/07/2026
เราเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกวัน แล้วทำไมกลิ่นถึงต้องเหมือนเดิม?
เราทุกคนมีบุคลิกหลายด้าน เช่นคนที่รีบออกจากบ้านตอนเช้า คนที่นั่งประชุมเนี้ยบตอนบ่าย คนที่ไปออกกำลังกายในตอนเย็น หรือแม้กระทั่งคนที่ปล่อยตัวปล่อยใจตอนดึก ทั้งหมดนี้คือ "เรา" แต่ไม่ใช่ "เรา" คนเดียวกันเป๊ะๆคับ
นี่แหละคือ Many sides. Many scents.
เพราะไม่มีใครมีแค่ตัวตนเดียว เราควรมีกลิ่นให้ทุกด้านของเรา
วันนี้แอดขอนำเสนอกลิ่นที่สามารถใช้ไดในหลายๆด้านในแต่ละวัน ในทุกๆวันได้เป็นอย่างดี มีดังนี้คับ
📍 Khaosan EDM — บุคลิกของคนเมือง, ความเร็ว, พลังงาน
📍 Fig & Fahlan — สำหรับคนที่ต้องการความช้าลง, เงียบลง, แต่ชัดขึ้น
📍 Quiet Luxury — เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการพูดเยอะ แต่มีน้ำหนัก
📍 Tonic Water — บุคลคที่เท่ สดชื่น สะอาด
📍 Wild Musk Iris — เหมาะกับคนที่ชอบแบบอ่อนโยน และ skinship
5 กลิ่น 5 บทบาท เลือกได้ในแบบที่เป็นเราคับ
หรือจะเหมาะทั้ง 5 กลิ่นก็ไม่ติดนะครับ
ทดลองด้วยตัวเองได้ที่:
🛍️ KSH Kiosk เซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 2 ใกล้ทางเข้า IKEA
🛍️ หน้าร้าน Central World ชั้น 5 บริเวณสตาร์บัคส์ ใกล้บันไดเลื่อน
หรือช้อปครบทุกด้านที่ Shopee 👉
23/07/2026
เดิมกลิ่นนี้ขายดีมาก เลยอยากเอากลับมาครับ
Caramel on the rock หรือชื่อเดิมคือ Debutante’
กลิ่นน้ำตาลโตนดของภาคกลาง ซึ่งมีคาแรกเตอร์ต่างจาก caramel note ทั่วไปในตลาดตรงที่มาพร้อมกลิ่นควันอ่อนๆ และความหอมมันคล้ายกะทิเคี่ยวใบเตย ไม่ใช่น้ำตาลไหม้แบบ caramel สังเคราะห์ที่แบนและจบเร็ว จุดนี้คือ signature ที่ทำให้กลิ่นนี้ "ไม่ซ้ำใคร" ตามที่ตั้งใจคับ หลายท่านที่เคยใช้น่าจะยังคงจำได้
Top กลิ่นเปิดตัวด้วยคาราเมล-กุหลาบ-พีโอนี-สายไหม เปิดด้วยความหวานฟูนุ่มแบบขนมหวานเด็ก แต่มีดอกไม้คุมโทนไม่ให้หวานจนล้น
Heart แมนดาริน-น้ำตาลโตนด-มิลค์ครีม-ลิ้นจี่ เป็นหัวใจของกลิ่น ให้ความรู้สึกครีมมี่ชุ่มฉ่ำ ผลไม้ช่วยเบรกความหนักของนม-น้ำตาลไม่ให้เอียนเกินไป
Base มัสก์-มาร์ชแมลโลว์-กุหลาบ-อำพัน ปิดท้ายด้วยความอุ่นนุ่มติดผิว มัสก์ทำหน้าที่ "เก็บ" ความหวานทั้งหมดให้แนบเนื้อ ไม่ลอยฟุ้ง
ใครที่หาแนวกลิ่นแปลกใหม่ แต่สดใส และบ่งบอกคาแรคเตอร์ชัดเจน แอดขอแนะนำกลิ่นนี้มากครับ โดยเฉพาะสายวานิลลา ถ้าได้ลองกลิ่นนี้จะตกหลุมรักเลยล่ะ
สามารถกดสั่งซื้อได้แล้วนะคับที่ Shopee หรือสามารถไปลองที่หน้าร้านก็ได้เช่นกันครับ
23/07/2026
มี 4 กลิ่นใหม่ ขนาด 10 มล. พร้อมส่งจาก Shopee แล้วนะค๊าบ 🌿
ข้อดีของขนาด 10 มลล คือได้ลองใช้ก่อนจะคอมมิตกับขวดใหญ่ ลองอยู่กับเขาก่อนสักพัก รอบนี้มี 4 ตัวที่บุคลิกต่างกันสุดขั้ว เลือกตามอารมณ์ที่อยากเป็นวันนั้นได้เลยคับ
🤍 Jasmine Blossom
มาลัยมะลิแบบโปร่ง ไม่หนักไม่อึนไม่หวานจนล้น เหมาะกับวันที่อยากผ่อนคลาย ไม่อยากเรียกร้องความสนใจแต่ก็อยากมีตัวตนอยู่รอบตัวเบาๆ
🌹 La Vie en Rose
กุหลาบชานม กลมนุ่ม อบอุ่น ถ้าใครกลัวกุหลาบเพราะคิดว่าแหลมหรือแก่เกินวัย ตัวนี้เปลี่ยนความคิดได้เลยคับ เพราะน้องนุ่มแบบกอดได้ ไม่ทิ่มจมูกคับ
🤍 White Tea White Rose
กุหลาบขาว + ชาขาว สูตรความสะอาดที่ไม่ใช่แค่ "หอมอาบน้ำ" แต่โปร่งสว่างแบบมีมิติ เหมาะกับคนที่อยากหอมแบบดูดี และสง่าคับ
🎩 London Suede
เครื่องหนังขาว ผสมไอดิน สไตล์อังกฤษขรึมๆ ตัวนี้ไม่ใช่กลิ่นหวานหอมทั่วไป แต่เป็นกลิ่นที่มีเรื่องราว ใครชอบความคลาสสิกไม่หวือหวาต้องลอง
ทั้ง 4 กลิ่นเป็นขนาด 10 มล. เหมาะกับพกพา หรือลองก่อนตัดสินใจ พร้อมส่งจาก Shopee แล้ววันนี้ 🛍️
#น้ำหอมไทย #กรุงเทพเพอร์ฟูมเมอรี่
22/07/2026
รู้สึกไหมครับว่าวันสองวันมานี้มันร้อนแบบเกินไปมาก เพราะค่าดัชนีความร้อนพุ่งจนแบบ… แค่ออกจากบ้านไปแป๊บเดียวก็รู้สึกหัวตื้อไปเลยนะ
แอดมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้คือเรื่องการใช้กลิ่นน้ำหอมแรงๆ ในช่วงนี้คับ ที่อาจจะทำให้หลายท่านรู้สึกปวดหัวขึ้นมากกว่าปกติ เพราะจริงๆ แล้วช่วงอากาศร้อนจัด ร่างกายเราอยู่ในโหมดเครียดสะสมอยู่แล้ว ระบบประสาทต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อคุมอุณหภูมิ พอมาเจอกลิ่นที่หนักหรือฉุนเข้าไปอีก มันเลยยิ่งกดทับ ปวดหัวง่ายกว่าเดิมเลยคับ
แต่มันมีกลิ่นนึงที่กลิ่นสู้ความร้อนได้ และยังมีวัตถุดิบที่ช่วยให้ผ่อนคลาย นั่นคือ Khaosan EDM คับ เพราะตัวนี้มีน้ำมันสนไซเปรสเป็นแกนหลัก พอสูดเข้าไปครั้งแรกรู้สึกได้เลยว่าจมูกโล่งขึ้น หัวโปร่งขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเฉยๆนะคับ
เพราะในน้ำมันไซเปรสมีสารกลุ่มพินีนที่ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง แล้วในศาสตร์แพทย์แผนจีนเองก็จัดไซเปรสเป็น "กลิ่นเย็น" ที่ช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายมาตั้งนานแล้วคับ ความเข้มข้นของกลิ่นก็พอดี ไม่หนักจนกดทับสมอง และไม่เบาเกินจนจางหายไปในความร้อน แอดว่ามันดีเลยนะคับ (เพราะช่วงนี้ที่ออฟฟิศก็ใช้น้ำมันสนไซเปรสมาเป็นกลิ่นแอมเบี้ยน และแอดรู้สึกว่าหัวโล่งดีคับ)
แต่ถ้าวันไหนที่รู้สึกอยากได้ความสงบมากกว่านั้น แอดก็ขอแนะนำ Khaosan Hinoki คับ ตัวนี้ใช้น้ำมันฮิโนกิจากญี่ปุ่น กลิ่นแบบป่าเงียบๆ พอดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายลงจริงๆคับ ไม่ใช่แค่ใจเราคิดไปเองนะ เพราะมีงานวิจัยบอกว่าแค่สูดกลิ่นฮิโนกิก็ช่วยกระตุ้นระบบประสาทที่ควบคุมการพักผ่อนของร่างกายให้ทำงานมากขึ้นได้เลยนะคับ
เลยอยากมาเล่าให้ฟังคับ เผื่อใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้มันร้อนเกิน และอยากได้กลิ่นอะไรสดชื่นมาอยู่ข้างกายคับ🌿
22/07/2026
Quiet Luxury (Scent Profile SWOT)
โทน Floral Amber แบบ Asian Minimalist
Note Pyramid
Top : Lychee, Clementine, Calabrian Bergamot
Heart : Loquat Leaf, Camellia, Sakura, Osmanthus, Fig Leaf, Orchid, Violet
Base : Chestnut, Amber, To***co, Cashmere Silk, Musk, Tonka Bean, White Oud
(S)Strengths จุดแข็งของกลิ่นนี้
Opening : เปิดตัวด้วยความสดใสแต่ไม่จัดจ้าน Lychee ผสาน Clementine ที่นุ่มกว่าส้มทั่วไป และ Calabrian Bergamot ที่ให้ความสดชื่นแบบมีมิติ ไม่ใช่ความซ่าแบบซิตรัสธรรมดา เป็นการเปิดตัวที่ "ดูใส" แต่จริงๆ ถูกคัดสรรมาให้มีความหรูหราซ่อนอยู่ตั้งแต่วินาทีแรก
Heart Complexity : ความท้าทาย ในการรวม Camellia, Sakura, Osmanthus, Orchid และ Violet ในกลิ่นเดียว เป็นเทคนิคในการเล่นกับดอกไม้ 5 ชนิดที่มีเนื้อสัมผัสต่างกันสิ้นเชิง เพราะ Sakura ให้ความอบอุ่นหวานละมุนแบบผงแป้ง Osmanthus ให้ความหอมหวานคล้ายแอปริคอตแห้ง Orchid ให้ความครีมมี่ Violet ให้ความหวานนวลแบบผงพลับ ในขณะที่ Loquat Leaf และ Fig Leaf ดึงทุกอย่างกลับมาที่ความเขียวสด ทำให้ heart ไม่หวานจนล้น แต่มีมิติแบบสวนดอกไม้ที่จัดวางอย่างพิถีพิถัน
Base Development : ฐานกลิ่นคือจุดที่ Quiet Luxury เผยตัวเต็มที่ Chestnut และ Cashmere Silk ให้เนื้อสัมผัสนุ่มอบอุ่นเหมือนผ้าแคชเมียร์แนบผิว To***co และ White Oud เพิ่มความลึกแบบหรูหราโดยไม่ฉูดฉาด ในขณะที่ Amber, Musk และ Tonka Bean ถักทอทุกอย่างเข้าด้วยกันเป็นความอบอุ่นที่แนบเนื้อ นี่คือ base ที่ยิ่งอยู่บนตัวนานยิ่งเผยความซับซ้อน จากดอกไม้ใสในช่วงต้น สู่ความอบอุ่นหรูหราในช่วงท้ายคับ
Longevity & Sillage : ด้วย White Oud, Amber และ Cashmere Silk เป็นแกนฐาน กลิ่นนี้มีความติดทนสูงแบบ "แนบผิว" มากกว่า "ประกาศตัว"
Sillage แบบ intimate ที่ชัดเจนในระยะ Skinship แต่ไม่ Project ไกลเกินไป เหมาะกับสภาพอากาศแบบไทยที่ต้องการกลิ่นที่ยังคงมิติได้แม้อุณหภูมิสูง
(W) Weaknesses ลักษณะเฉพาะที่ต้องทำความรู้จัก
Complexity : กลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นที่ตัดสินได้จากการดมครั้งแรก ช่วง Top note ที่หวานใสอาจทำให้เข้าใจว่าเป็นกลิ่นเบาๆ ธรรมดา แต่ต้องให้เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงให้ Heart ของดอกไม้ทั้ง 5 ชนิดคลี่ตัว และให้เวลาถึง 3-4 ชั่วโมงเพื่อสัมผัส Base ที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของกลิ่นนี้คับ
Perception : ด้วยชื่อโน้ตอย่าง Sakura, Lychee, Violet คนอาจคาดว่านี่คือกลิ่นหวานสดใสสำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่โครงสร้าง Base ที่มี To***co, White Oud และ Chestnut ทำให้กลิ่นนี้มีความ Unisex สูง เหมาะกับทุกเพศที่ต้องการความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกน
Application : นี่คือกลิ่นที่ต้องการ "มือเบา" อย่างแท้จริง เพราะปรัชญาของกลิ่นคือ "แพงโดยไม่ต้องขยับตัวมาก" การฉีดหนักเกินไปจะทำลาย concept ของความเงียบสงบที่ตั้งใจสร้างไว้ จุดที่ควรฉีดคือจุด pulse point ใกล้ตัว เพื่อให้กลิ่นทำงานในระยะ Skinship ตามที่ถูกออกแบบมา
(O) Opportunities สภาพการณ์ที่กลิ่นนี้เปล่งประกาย
เวลาที่เหมาะ : กลางวันถึงหัวค่ำ ด้วย Top note ที่สดใสเหมาะกับแสงแดดอ่อนๆ ของช่วงเช้าถึงบ่าย และ Base ที่อบอุ่นทำให้ยังคงความหรูหราต่อเนื่องไปจนถึงมื้อเย็น
โอกาสที่เหมาะ : งานพบปะแบบใกล้ชิด (intimate gathering), มื้ออาหารกับคนสำคัญ, การประชุมที่ต้องการภาพลักษณ์แบบ "elegant แต่ไม่ over", First date ที่ต้องการให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากเข้าใกล้, งานสังสรรค์ในร่มที่มีคนไม่มาก
ฤดูกาล : โดดเด่นที่สุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง Base ที่อบอุ่นจะยิ่งเผยมิติชัดเจน แต่ด้วย Top note ซิตรัสที่สดชื่น ก็ยังใช้ได้ดีในวันที่อากาศร้อนแบบไทยเช่นกัน
จุดเด่นพิเศษ: การผสาน Sakura และ Osmanthus ในโน้ตเดียวกันคือความกล้าที่จะใช้เทคนิคนี้คับ เพราะทั้งสองต่างมีเอกลักษณ์แบบเอเชียตะวันออกที่ชัดเจนแต่ไม่ทับกัน ทำให้ Quiet Luxury มีกลิ่นอายความเป็น "Asian elegance" ที่ไม่เหมือนกลิ่น Quiet Luxury แบบตะวันตกทั่วไปที่มักใช้แค่ Iris หรือ Suede
(T)Threats รู้จักกลิ่นนี้ให้ถูกวิธี
การฉีดและสภาพแวดล้อม : ฉีดในที่ร่มหรือในห้องก่อนออกไปเจอแดดจัด เพื่อให้ Top note เปิดตัวได้เต็มที่ก่อนที่ความร้อนจะเร่งการระเหย และควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 15-20 นาทีก่อนพบปะผู้คน เพื่อให้กลิ่นเข้าที่ในเฟส skin scent
การตัดสินกลิ่น : อย่าตัดสินจาก 5 นาทีแรกที่ดม เพราะนั่นคือแค่ Lychee และ Bergamot ที่กำลังทักทาย ให้เวลาเขาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเพื่อเจอหัวใจของดอกไม้ทั้งมวลคับ และให้เวลาถึงช่วงบ่ายเพื่อรู้จัก Chestnut และ White Oud ที่เป็นตัวตนแท้จริง
การเปรียบเทียบ : อย่าเปรียบกลิ่นนี้กับน้ำหอมกลุ่ม Floral Gourmand ทั่วไปที่เน้นความหวานจัดจ้าน หรือกลุ่ม Oud เข้มข้นแบบตะวันออกกลาง เพราะ Quiet Luxury อยู่ในหมวดของตัวเอง Floral Amber แบบ Asian Minimalist ที่ต้องประเมินจากปรัชญา "เงียบแต่มีชนชั้น" ไม่ใช่ความเข้มข้นหรือความหวานคับ
📋 สรุป
Quiet Luxury คือกลิ่นกล้วยไม้ มัสก์ที่ซ่อนความหรูหราไว้ใต้ความใสบริสุทธิ์ ฉีดเบาๆ ที่จุดพัลส์แล้วให้เวลามันสัก 2-3 ชั่วโมง จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแบบแคชเมียร์และวูดของแท้ เหมาะกับคนที่อยากมีคลาสแบบไม่ต้องตะโกน ให้คนที่เข้าใกล้เท่านั้นที่รู้ว่าคุณแพงแค่ไหน
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
KSH Perfume @Central World, 5th Fl. Starbucks Zone, Near The Escalator
Bangkok
10330