Good Health Good Life
ดูแลสุขภาพให้สดใสแข็งแรง สุขภาพที่ดีสร้างได้ด้วยตัวคุณเอง
07/05/2020
♥️♥️♥️มาสร้างภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติกันเถอะ ♥️♥️♥️
คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ป่วยง่าย เป็นหวัดบ่อย แถมยังทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
ถึงเวลาแล้วที่จะหันกลับมาดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี มีภูมิต้านทาน พร้อมที่จะลุยกับทุกสถานการณ์ในชีวิตที่เข้ามา ซึ่งวิธีการดูแลตัวเองให้แข็งแรง เริ่มต้นได้ง่ายๆแบบนี้ค่ะ
☑️ทานอาหารที่มีประโยชน์ และอย่าลืมเลือกทานวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระที่จะทำร้ายเซลล์ในร่างกายและทำให้แก่เร็ว
☑️ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนได้ดี เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายไม่ให้ป่วยง่าย
☑️นอนหลับอย่างมีคุณภาพ เคล็ดลับนอนหลับง่าย ก็คือก่อนนอนควรหลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์ที่อาจทำให้สมองตื่น จนทำให้นอนหลับได้ยากค่ะ
🔔เริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างง่ายๆในทุกวัน ด้วยการเลือกแต่สิ่งดีๆให้กับร่างกาย กับ สารสกัดธรรมชาติเข้มข้นธรรมชาติจากผักผลไม้และสมุนไพรกว่า 11 ชนิดที่อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ทรงคุณค่าจาก เห็ดหลินจือ ราชาแห่งสมุนไพร , มัลเบอร์รี่,โสมเกาหลี,มะระขี้นก และอื่นๆอีกมากมาย
♥️♥️♥️จากปกติราคา 590 บาท ลดราคาตอนนี้เหลือเพียง 420 บาทเท่านั้น!!! คุ้มค่ามากๆที่จะดูแลตัวเอง เพราะการมีสุขภาพดีต้องเริ่มต้นที่ตัวคุณเอง เราอยากให้คุณมีสุขภาพดีค่ะ ♥️♥️♥️
👉 สนใจสั่งซื้อ ติดต่อมาที่ inbox ได้เลยค่ะ
m.me/GoodhealthgoodlifeOnline
#เสริมสร้างภูมิต้านทาน #ต้านอนุมูลอิสระ #สุขภาพดี
02/05/2020
🔥🔥🔥รับมือกับภาวะเหนื่อยล้าจากการทำงานอย่างไรดี
เคยเป็นไหม รู้สึกเหนื่อยและเบื่อหน่ายไปกับทุกสิ่งอย่าง นอนพักอย่างไรก็ไม่หาย ทำงานก็ไม่ค่อยมีสมาธิ สัญญาณเหล่านี้อาจบอกได้ว่าถึงเวลาที่คุณมีความเครียดเรื้อรังที่ต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วนก่อนที่มันจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ
ความเครียดที่เรื้อรังและยาวนานจะส่งผลต่อสุขภาพจิตและอารมณ์ ซึ่งเมื่อเป็นมากขึ้นก็จะส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายด้วย ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความเครียดกัดกร่อนชีวิต มาตรวจสอบตัวเองโดยด่วนว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ที่เป็นสัญญาณว่าคุณควรจะต้องพักได้แล้ว
✔️รู้สึกหดหู่ ทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลินแม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ชอบ
✔️อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา คุณอาจรู้สึกตัวเองว่าถอนหายใจบ่อยขึ้นหรืออยากดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนมากขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ยังรู้สึกหมดเรี่ยวแรงอยู่ดี
✔️ขาดแรงบันดาลใจ
✔️มีปัญหาในเรื่องความจำ
✔️มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับความอยากอาหาร บางคนอาจเบื่ออาหารหรือบางคนก็อาจอยากรับประทานอาหารมากกว่าปกติ
✔️มีปัญหาด้านการนอนหลับ นอนหลับยาก ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนนอนไม่พอ
อาการดังกล่าวข้างต้นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวะ Burnout หรือภาวะเมื่อยล้าหมดไฟที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง ซึ่งหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆคงไม่ดีแน่ ดังนั้นจึงต้องมีวิธีจัดการกับภาวะ Burnout ที่สามารถทำได้เบื้องต้นดังต่อไปนี้
👉🏻ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และช่วยลดความเครียดได้ดี
👉🏻 กินดี บางครั้งการได้กินอาหารที่ชอบก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เพราะทำงานหนักก็ต้องดูแลร่างกายดีๆ
ให้เวลาในการฟื้นตัว อาจเป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนเงียบๆคนเดียว หรือการใช้เวลากับเพื่อน,ครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อให้สมองได้พักจากเรื่องงานเสียบ้าง
👉🏻สร้างการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน เช่น เปลี่ยนเมนูอาหารเดิมๆไปเป็นเมนูใหม่ๆ,เปลี่ยนภาพหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ หรือลองเดินทางไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยเพื่อให้สมองได้เปิดรับอะไรใหม่ๆที่ทำให้เกิดความตื่นตัวขึ้น
👉🏻ทำสมาธิ ไม่จำเป็นต้องเข้าวัดหรือนั่งสมาธิอย่างจริงจัง อาจใช้วิธีเปิดเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ , เสียงธรรมชาติ แล้วหลับตาฟังเสียงเหล่านี้สักครู่ ,ทำโยคะ หรือหาที่นั่งพักสงบๆในระหว่างวันทำงานสัก 10-15 นาทีเพื่อผ่อนคลายสมองและจิตใจที่วุ่นวาย
👉🏻จัดระเบียบการทำงานเสียใหม่ หากงานที่ทำอยู่มีตารางที่ค่อนข้างวุ่นวายและทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า ให้จัดระเบียบตารางเวลาทำงานเสียใหม่เพื่อให้ชีวิตมีความสมดุลมากขึ้นและเครียดน้อยลง
🍀 🍀 🍀 อย่าปล่อยให้ความเครียดกัดกร่อนชีวิตและจิตใจของตัวเอง เรียนรู้ที่จะรับมือกับภาวะเหล่านี้เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตในทุกวันได้อย่างมีความสุข
28/11/2017
ปัจจุบันนี้เราจะพบเห็นเครื่อง AED ติดตั้งอยู่ตามที่สาธารณะหลายแห่ง ซึ่งรู้หรือไมว่าเครื่องนี้มีประโยชน์ในการช่วยชีวิตคนอย่างมาก ดังนั้นมาทำความรู้จักกับเครื่อง AED ให้มากขึ้นกันค่ะ
รู้จักเครื่อง AED - กู้ชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ... มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
25/08/2017
#น้ำในหูไม่เท่ากัน
โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นในที่ปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกช่วงอายุ
อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากันที่พบได้มากคือ เวียนศีรษะ รู้สึกเหมือนบ้านหมุน และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย นอกจากนี้ยังอาจพบว่าความสามารถในการได้ยินลดลงและมีอาการหูอื้อได้ด้วยเช่นกันค่ะ
หากมีอาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ควรพักอยู่นิ่งๆ ไม่หันศีรษะไปมาเพราะยิ่งจะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะมากขึ้นค่ะ ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย เช่น ขับรถ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด และหากมีอาการรุนแรงหรือเป็นบ่อย ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมค่ะ
ขอบคุณแหล่งความรู้จาก ร.พ.บำรุงราษฎร์
22/08/2017
ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ เป็นช่วงที่ไข้หวัดระบาดได้ง่ายมาก โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ที่มีอาการรุนแรงมากกว่าไข้หวัดธรรมดา ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงทีืจะติดเชื้อได้ง่ายอย่างเช่น เด็กเล็ก อายุตั้งแต่ 6 เดือนถึงอายุ 2-3 ปี , ผู้สูงอายุ , หญิงตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 และ 3 , คนที่มีโรคเรื้อรังหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานานๆ สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้ค่ะ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะใช้ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ในการสร้างภูมิคุ้มกัน จากนั้นจะออกฤทธิ์ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี ดังนั้นแม้จะเคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้วก็สามารถฉีดกระตุ้นภูมิได้ทุกปีค่ะ
ที่มาเนื้อหา : immunize.org
มาออกกำลังกายง่ายๆเพืีอหัวใจที่แข็งแรงกันค่ะ
26/05/2017
วันศุกร์แห่งชาติ ใครที่กำลังจะไปหาอาหารอร่อยๆกิน ลองอ่านบทความนี้ดูก่อนนะคะ จะได้เลือกรับประทานอาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆกันค่ะ
ทำไมลดเค็มจึงหมายถึงลดโรค?
และต้องระวังการกินเค็มอย่างไรบ้าง?
thaiheartfound.org/category/details/food/54
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10520